F thaifxtrade
เครื่องมือ
สัญญาณ
ตราสาร
FxPro
#fx/ Overview

ค่าสเปรด EUR/USD ของ FxPro ที่เทรดเดอร์ไทยควรรู้

ทำงานกับ FxPro มาหลายปี สิ่งที่เทรดเดอร์ไทยถามเป็นคำแรกเสมอคือ "สเปรดจริงเท่าไหร่?" คำตอบไม่เคยตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและนิติบุคคลที่ดูแลบัญชีของคุณ

บัญชี Standard ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มต้น มีค่าสเปรด EUR/USD เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.2 pips โดยไม่มีค่าคอมมิชชันแอบแฝง ตัวเลขนี้เราตรวจสอบจากแหล่งรีวิวภายนอกหลายแห่ง และมันตรงกับสิ่งที่เราเห็นจริงกับลูกค้าที่ใช้บัญชีประเภทนี้ในทางปฏิบัติ

บัญชี Raw Spread หรือ cTrader ต่างกันอย่างไร

หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดถี่หรือใช้ระบบอัตโนมัติ เรามักจะโยนบัญชี Raw Spread ให้พิจารณาก่อน บัญชีนี้มีค่าสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips แต่แลกมาด้วยค่าคอมมิชชันประมาณ $3.50 ต่อข้างต่อล็อต หรือคิดเป็น $7 ต่อรอบเมื่อเปิดและปิดออเดอร์

จากประสบการณ์ที่เจอมา บัญชี Raw Spread จะคุ้มกว่าเมื่อคุณเทรดปริมาณมาก เพราะค่าสเปรดที่ต่ำช่วยลดต้นทุนโดยรวมได้จริง แม้ต้องจ่ายค่าคอมมิชชันเพิ่มก็ตาม ยกตัวอย่างง่ายๆ—ถ้าคุณเป็น scalp trader ที่เปิดปิดออเดอร์วันละหลายสิบครั้ง ส่วนต่าง $5 ต่อล็อตมันรวมกันเป็นก้อนใหญ่โดยที่คุณไม่ทันสังเกต

เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

ลองเทียบกับโบรกเกอร์อื่นในตลาดดู ค่าสเปรด 1.2 pips สำหรับบัญชี Standard ถือว่าอยู่ในช่วงปกติถึงค่อนข้างดี สำหรับคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมมักอยู่ระหว่าง 1.0 ถึง 1.5 pips ในบัญชีแบบไม่มีคอมมิชชัน

สิ่งที่เราสังเกตคือ FxPro ไม่ได้ถูกที่สุดในตลาด แต่จุดที่เทรดเดอร์ไทยให้ค่ามากกว่าคือความน่าเชื่อถือด้านกฎระเบียบและความมั่นคงของแพลตฟอร์ม เราเลยแนะนำให้มองภาพรวม ไม่ใช่จ้องแต่ตัวเลขสเปรดเพียงอย่างเดียว เพราะโบรกเกอร์ที่สเปรดถูกสุดแต่มีปัญหาถอนเงิน จะกลายเป็นฝันร้ายที่คุณไม่อยากเจอ

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนจริง

สมมติคุณเทรด EUR/USD 1 ล็อตมาตรฐาน (100,000 หน่วย) ในบัญชี Standard สเปรด 1.2 pips หมายถึงต้นทุนประมาณ $12 ต่อรอบ ขณะที่บัญชี Raw Spread ที่ 0.0 pips จะมีต้นทุนเพียง $7 ต่อรอบจากค่าคอมมิชชัน ต่างกัน $5 ต่อล็อต

ถ้าเทรดวันละ 5 ล็อต ความต่างต่อเดือนอาจสูงถึง $750—เงินจำนวนนี้เอาไปจ่ายค่าไฟหรือค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่จำเป็นสำหรับการเทรดได้ทั้งปี นี่คือเหตุผลที่เรามักแนะนำบัญชี Raw Spread สำหรับเทรดเดอร์ที่ทำปริมาณมากเป็นประจำ

เงื่อนไขที่เทรดเดอร์ไทยต้องรู้ก่อนใช้ FxPro

จากการทำงานกับลูกค้าไทยมาหลายปี สิ่งหนึ่งที่เราพบซ้ำๆ คือ FxPro ไม่ใช่โบรกเกอร์ท้องถิ่น แต่เป็นโบรกเกอร์สากลที่ดำเนินงานภายใต้หลายนิติบุคคล ถ้าคุณอยู่ในประเทศไทย โอกาสสูงที่บัญชีของคุณจะถูกจัดให้อยู่ภายใต้ FxPro Global Markets Ltd ซึ่งกำกับโดย SCB แห่งบาฮามาส โดยมีเลเวอเรจสูงสุดถึง 1:500 ตามข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

ตรงกันข้ามกับกรณีข้างต้น หากบัญชีของคุณอยู่ภายใต้ FCA หรือ CySEC เลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายย่อยจะถูกจำกัดที่ 1:30 เท่านั้น นี่คือจุดที่เทรดเดอร์ไทยหลายคนพลาด เพราะคิดว่าเลเวอเรจ 1:500 จะได้ทุกกรณี ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบอีเมลยืนยันจาก FxPro ว่านิติบุคคลใดเป็นผู้ดูแลบัญชีของคุณ เพราะอีเมลฉบับนั้นจะระบุชัดเจนว่าคุณอยู่ใต้กฎเกณฑ์ของหน่วยงานไหน

แพลตฟอร์มที่รองรับและความสะดวกสำหรับไทย

FxPro รองรับ MT4, MT5, cTrader และแพลตฟอร์มของตัวเองอย่าง FxPro Edge ซึ่งทั้งหมดมีเวอร์ชันมือถือที่ดาวน์โหลดได้จาก App Store และ Google Play ในประเทศไทย เราทดสอบกับเครือข่าย AIS และ TrueMove H พบว่าแอปทำงานได้เสถียรบนเครือข่ายไทยทั่วไป แต่การเชื่อมต่ออาจขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณเป็นรายกรณีไป บางช่วงที่เน็ตหน่วงในช่วงข่าวสำคัญ คำสั่งอาจดีเลย์เล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่ตัวแพลตฟอร์ม แต่เป็นเส้นทางสัญญาณระหว่างประเทศ

ข้อควรระวังเรื่องที่อยู่และหน่วยงานกำกับดูแล

ในเอกสารทางการของ FxPro มีที่อยู่ลอนดอนสองแห่งที่แตกต่างกัน คือ 13/14 Basinghall Street และ 80 Coleman Street ซึ่งอาจเป็นคนละนิติบุคคลหรือมีการย้ายสำนักงานก็เป็นได้ เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบที่อยู่และหมายเลขใบอนุญาตกับหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรงก่อนตัดสินใจฝากเงิน อย่าเชื่อเพียงหน้าเว็บไซต์ เพราะข้อมูลในหน้านั้นอาจไม่ได้รับการอัปเดตให้ตรงกับสถานะล่าสุดของบริษัท

วิธีเริ่มต้นใช้งาน FxPro สำหรับเทรดเดอร์ไทย

ขั้นตอนแรกคือการสมัครบัญชีผ่านเว็บไซต์ FxPro โดยเลือกประเภทบัญชีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ หากคุณเพิ่งเริ่มต้น บัญชี Standard อาจเหมาะสมกว่าเพราะไม่มีค่าคอมมิชชัน แต่ถ้าคุณเทรดบ่อยและต้องการสเปรดที่บางกว่า เราขอแนะนำให้ทดลองใช้บัญชี Raw Spread กับแพลตฟอร์ม cTrader ซึ่งค่าคอมมิชชันจะถูกชดเชยด้วยสเปรดที่แคบลงในระยะยาว

จากนั้นทำการยืนยันตัวตนด้วยเอกสารที่ใช้ได้ เช่น พาสปอร์ตหรือบัตรประชาชน และหลักฐานที่อยู่ เช่น บิลค่าไฟหรือรายการเดินบัญชีธนาคาร กระบวนการนี้อาจใช้เวลา 1-2 วันทำการ แต่ถ้าเอกสารไม่ชัดหรือชื่อไม่ตรงกัน อาจถูกขอเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งจะยืดเวลาออกไปอีก

เมื่อบัญชีพร้อมแล้ว ให้เริ่มเทรดด้วยขนาดเล็กก่อนเพื่อทดสอบสภาพคล่องและความเร็วในการสั่งซื้อ ในช่วงหลายปีที่เราทำงานกับเทรดเดอร์ไทย เราพบว่าการทดสอบกับบัญชีจริงด้วยเงินจำนวนน้อยช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของแพลตฟอร์มได้ดีกว่าการอ่านรีวิวใดๆ เช่น ลองเทรดทองคำช่วงตลาดลอนดอนเปิด แล้วสังเกตว่าสเปรดขยายตัวแค่ไหนเมื่อเทียบกับช่วงตลาดเอเชีย

สุดท้ายนี้ หากคุณต้องการทราบค่าสเปรดที่แม่นยำที่สุดสำหรับช่วงเวลาที่คุณเทรด วิธีที่ดีที่สุดคือการเปิดแพลตฟอร์มและดูราคาจริงในขณะนั้น เพราะค่าสเปรดเฉลี่ยที่โชว์บนเว็บไซต์มักคำนวณจากช่วงเวลาที่สภาพคล่องหนาแน่นที่สุด ซึ่งไม่ตรงกับช่วงที่คุณอาจเทรดจริง คุณสามารถ ตรวจสอบสเปรดสด ได้จากเว็บไซต์ FxPro หรือในแอปพลิเคชันโดยตรง ก่อนวางออเดอร์ทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

FxPro มีค่าคอมมิชชันสำหรับบัญชี Standard หรือไม่? บัญชี Standard ของ FxPro ไม่มีการคิดค่าคอมมิชชัน โดยค่าสเปรด EUR/USD เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.2 pips ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมเดียวที่คุณต้องจ่ายในการเทรดแต่ละครั้ง

เลเวอเรจสูงสุดสำหรับเทรดเดอร์ไทยคือเท่าไหร่? สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทย หากบัญชีอยู่ภายใต้ FxPro Global Markets Ltd (SCB บาฮามาส) เลเวอเรจอาจสูงถึง 1:500 แต่ถ้าอยู่ภายใต้ FCA หรือ CySEC จะจำกัดที่ 1:30 สำหรับลูกค้ารายย่อย

บัญชี Raw Spread ของ FxPro ดีกว่าบัญชี Standard หรือไม่? บัญชี Raw Spread มีสเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips แต่มีค่าคอมมิชชัน $3.50 ต่อข้างต่อล็อต ซึ่งคุ้มกว่าสำหรับเทรดเดอร์ที่ทำปริมาณมาก ในขณะที่บัญชี Standard เหมาะกับผู้เริ่มต้นเพราะไม่มีค่าคอมมิชชัน

i

Affiliate disclosure

This site earns a commission on partner account openings via affiliate links. This does not change spreads or fees you receive.

Read full disclosure →

Open an FxPro account

Affiliate-disclosed direct link. Same spreads and fees as opening directly.

Open FxPro account → Affiliate link · 76% of retail accounts lose money trading CFDs.
สด
FxPro · gold surged 20 · sponsored